[ART&CULTURE] 'WET PAINT EVERYWHERE' EXHIBITION & INTERVIEW WITH PPOW

[ART&CULTURE] 'WET PAINT EVERYWHERE' EXHIBITION & INTERVIEW WITH PPOW

'WET PAINT EVERYWHERE' EXHIBITION & INTERVIEW WITH PPOW

"ความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในความโกรธภายใต้จิตใจของผู้คน นำมาซึ่งการแสดงออกที่ดื้อรั้นที่ไม่ต้องการได้รับอิทธิพลหรือถูกกำหนดโดยกฎของสังคม'' คำกล่าวที่สุดแสนจะอัดอั้นของ 'PPOW' อีกหนึ่งอาร์ตติสหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง กับการปลดปล่อยผ่านงานศิลปะในนิทรรศการศิลปะครั้งแรกของเขา 'WET PAINT EVERYWHERE' ที่จัดขึ้นที่ TELEVISION GALLERY แกลลอรี่แห่งใหม่ที่ดูแลโดยร้าน DEN SOUVENIR จังหวัดเชียงใหม่ 

ผลงานของ PPOW นั้นมีลายเส้นและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากการที่ได้ร่วมงานกับร้านเสื้อผ้า, แบรนด์เสื้อผ้า ทั้งไทยและต่างประเทศ นอกจากนั้นผลงานของเขา ยังปรากฏให้เห็นตามสถานที่ต่างๆ บนท้องถนน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเขาที่อยากจะตอกย้ำถึงความขบถต่อรูปแบบสังคมผ่านผลงาน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปทำความรู้จักกับเขามากขึ้นผ่านบทสนทนาในครั้งนี้รวมถึงภาพบรรยากาศในนิทรรศการของเขากันครับ

 

แนะนำตัวสั้นๆให้เรารู้จักหน่อยครับ

สวัสดีครับผม PPOW ครับ 

 

 

ชื่อนามแฝง (AKA) PPOW มีที่มา มาจากอะไรครับ?

 จริงๆเรื่องชื่อนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ คือคิดไม่ออกไม่รู้ว่าจะใช้ชื่ออะไรดี พอดีคิดถึงคำว่า people เลยใช้คำที่ออกเสียงคล้ายๆกัน PPOW แล้วงานของผมส่วนใหญ่ก็พูดถึงผู้คนด้วย


จุดเริ่มต้นในการทำงานศิลปะของคุณ เกิดจากอะไร? รวมถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณอยากสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

จุดเริ่มต้นเกิดจากความชอบส่วนตัวครับ เคยเรียนเกี่ยวกับศิลปะมาบ้าง ชอบวาดรูป ชอบดูงานศิลปะ แล้วบวกกับช่วงหนึ่งของชีวิตได้รู้จักกับดนตรี Punk,Hardcore เราได้เห็น flyer และปกวงดนตรี Punk,Hardcore ของเมืองนอก ช่วงยุค70’s - 90’s ส่วนใหญ่ใช้การเขียนเอา เราชอบลายเส้น และ style ในการออกแบบ ส่วนใหญ่ที่อิงมาจาก comic และ graffiti ในยุคนั้น ส่วนแรงบรรดาลใจ ช่วงแรกๆมาจากดนตรีทั้งหมดเลย แต่ปัจจุบันผมมักจะได้แรงบรรดาลใจมาจากท้องถนนครับ ชอบดูการใช้ชีวิตของผู้คน ชอบอาคารบ้านเรือน สภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนท้องถนน

มีศิลปินท่านไหนที่คุณชื่นชอบบ้างไหมครับ

Kevin Crowley ครับ Kevin Crowley เป็นนักร้องและคนออกแบบปกให้วง The Abused แล้ว flyer ส่วนใหญ่ของวงเค้าก็จะเป็นคนเขียนเองเกือบทั้งหมด ผมชอบลายเส้นแล้วก็การเขียน gesture ของเค้า ดูดุดันและดิบดีครับ
อีกคนก็คงเป็น Twist ครับ คนนี้ผมชอบ process และวิธีการที่เขาเติบโตมา เริ่มจากพ่นสีข้างถนนจนปัจจุบันทุกคนได้รู้จักเขาในชื่อ Barry Mcgee

 

ถ้าให้พูดถึงมุมมอง Street culture ของคุณ ใน Scene บ้านเราตอนนี้เป็นยังไง

ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายอะไรได้มากมั้ย เพราะกลุ่มที่ผมทำกันอยู่มันก็ดูเล็กมากๆสำหรับคนไทย และปัจจุบันบ้านเราก็มีกลุ่มคนที่มีความชอบแตกต่างกันไปเยอะมาก แต่ผมคิดว่า street culture ในไทยกำลังค่อยๆเติบโตขึ้นครับ แต่อาจจะช้ากว่าประเทศอื่นๆ สื่อและเงินเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจริงๆในไทยก็มีศิลปิน แบรนด์ ต่างๆที่น่าสนใจเยอะ แต่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนสักเท่าไหร่

 

 


จะเห็นได้ว่าคุณเริ่มมีผลงานที่ทำร่วมกับแบรนด์และร้านเสื้อผ้าทั้งในไทยและต่างประเทศ บอกให้เราทราบได้ไหมครับว่า อะไรที่ทำให้พวกเขาสนใจในผลงานในตัวคุณ คุณคิดเห็นว่าอย่างไร?

คงอาจจะเป็นเพราะ style ครับ ผมให้ความสำคัญกับ style มาก ผมเขียนจนทำให้รู้สึกว่ามันง่ายและเป็นตัวเรามากที่สุด อีกส่วนนึงก็มาจาก connection ด้วยครับ ผมเคยออกแบบเสื้อ, print และก็ flyer ให้ Den Souvenir แล้วได้ส่งไปขายในหลายๆประเทศ ทำให้คนรู้จักผมมากขึ้น กลุ่มเพื่อนๆก็สำคัญคอยผลักดันกันไป แต่ทั้งหมดก็บวกกับความพยายามของเราด้วย

 

 

ลายเสื้อที่ออกแบบโดย PPOW ให้กับร้าน POHS-TIHS จาก ประเทศเกาหลีใต้ (Pic credit : @eztag_)

 

ลายเสื้อที่ออกแบบโดย PPOW ให้กับร้าน POHS-TIHS จาก ประเทศเกาหลีใต้ (Pic credit : @eztag_)

 

จากนิทรรศการ ‘WET PAINT EVERYWHERE’ ของคุณ ที่จัดขึ้นที่ TV GALLERY ในตอนนี้ ในฐานะที่คุณเป็นศิลปินหน้าใหม่ รู้สึกอย่างไรบ้างครับ? มีแรงกดดันอะไรบ้างไหม? และงานในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ?

รู้สึกสนุกกับการทำงานครับ นอกจากเรื่องเวลาก็ไม่มีอะไรเป็นแรงกดดันเลยครับ เพราะผมได้ทำงานในแบบที่ผมต้องการทำทั้งหมด
งานนี้เกิดขึ้นจากการคุยกันกับพี่จงครับ เจ้าของร้าน Den Souvenir พอดีเขาอยากทำ gallery ซึ่งก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกันแล้วเลยทำให้รู้จักตัวตนของเราอยู่แล้ว เลยชวนผมมาเป็นศิลปินในสังกัดของ Television Gallery

 

 

 

 

ช่วยอธิบายคอนเซ็ปท์คร่าวๆของนิทรรศการในครั้งนี้ หน่อยครับ

คอนเซ็ปท์ คือตัวตนของ PPOW เลยครับ
I don’t always touch wet paint
But when I do, It’s because I saw a wet paint sign.
ถ้าพูดง่ายๆก็คือ ความดื้อรั้น ซุกซน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ อะไรประมาณนี้ครับ คอนเซ็ปท์มันก็จะดูเห็นแก่ตัวหน่อยครับ แต่ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของตัวเองได้ เลยเกิดเป็น Exhibition WET PAINT EVERYWHERE ขึ้นมา

 

 

''I don’t always touch wet paint

But when I do, It’s because I saw a wet paint sign. ''

 

 

 เวลาว่างของคุณนอกจากทำงานในส่วนตรงนี้แล้ว คุณใช้เวลาไปกับอะไรบ้างครับ?


เวลาว่างส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีครับ เพราะผมพยายามหาอะไรใหม่ๆให้ตัวเองทำเสมอ ส่วนใหญ่ในชีวิตไม่ว่าจะทำอะไร ผมก็พยายามทำให้มันมีประโยชน์ต่อตัวเองและงานที่ทำ เพราะฉะนั้นเวลาว่างจริงๆคือเวลานอน

 




แพลนในอนาคตของคุณหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง?

ทำต่อไปเรื่อยๆครับ ยังสนุกกับชีวิตแบบนี้และเต็มที่กับมันเสมอ มีอีกหลายอย่างที่ผมกำลังทำอยู่และอยากจะทำ แต่ขอเก็บไว้ก่อน คอยดูว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรครับ และแน่นอนฝากติดตามผลงานที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้กับทางร้าน Unfound Projects ครับ

 

ภาพบรรยากาศในวันเปิดตัวของนิทรรศการ 'WET PAINT EVERYWHERE' ที่ยังจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 กันยายน 2565 ณ TELEVISION GALLERY / DEN SOUVENIR ถนน ราชวิถี จังหวัดเชียงใหม่

yoooo

 

ติดตามผลงาน PPOW เพิ่มเติมในได้ที่ Instagram : @ppowcenter / @television.gallery


Older Post